Stateless Watch’s Weblog

โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

จดหมายความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion)ฉบับที่ 3 ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทะเบียนราษฎรตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อประสานความเข้าใจระหว่างอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดและบุคคลที่ประสงค์ยื่นคำร้อง

ที่ ฝสร. 3/2551

                                            วันที่ 18 มิถุนายน 2551

 

เรียน นายอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
เรื่อง ความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion) ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทะเบียนราษฎร

      ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อประสานความ

      เข้าใจระหว่างอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดและบุคคลที่ประสงค์ยื่นคำร้อง

อ้างถึง 1) พ.ร.บ. สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551
        2) หนังสือ มท.0309.1/ว.1587 เรื่อง การขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน

        ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ลว. 22

        พฤษภาคม 2551


             สืบเนื่องจาก โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (Stateless Watch) ได้รับแจ้งจากองค์กรเครือข่าย คือ โครงการแสวงหาองค์ความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าได้มีผู้ยื่นคำร้องหรือผู้ทรงสิทธิตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ได้ไปแสดงตนต่ออำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อขอคำร้อง/ขอยื่นคำร้องตามมาตรา 23 ดังกล่าว  พบว่าแม้ทางอำเภอคลองใหญ่จะรับคำร้องของผู้ยื่นคำร้อง หากทว่าได้มีการเรียกให้ผู้ยื่นคำร้องนำพยานบุคคลโดยกำหนดว่าจะต้องเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน รวมถึงข้าราชการ เท่านั้น ที่จะสามารถให้การรับรองการมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่จริงในประเทศไทย และการมีความประพฤติดีหรือการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมของผู้ยื่นคำร้อง ตามข้อ 3.3 ของหนังสือสั่งการหนังสือ มท.0309.1/ว.1587 เรื่อง การขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ลว. 22 พฤษภาคม 2551

             ทางโครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ จึงเรียนมาเพื่อขอเสนอความเห็นทางกฎหมาย ข้อหารือและข้อห่วงใยกับทางอำเภอคลองใหญ่ ดังต่อไปนี้

             1. กฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ของสังคมไทย คือ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4)พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้กำหนดให้ บุคคลเป้าหมายของมาตรา 23 เป็น “ผู้มีสัญชาติไทย” โดยสถานะบุคคลนี้ มีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายฉบับนี้บังคับ กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 และตามมาตรา 23 วรรคท้าย ได้กำหนดให้บุคคลเป้าหมายของมาตรา 23 สามารถยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น นับจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป โดยกรมการปกครองได้ทำหนังสือสั่งการเป็นการภายในเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน พร้อมแบบฟอร์มคำขอปรากฎตามหนังสือ มท.0309.1/ว.1587

             2. ทางโครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ขอเรียนย้ำต่อทางอำเภอคลองใหญ่ว่า ภายใต้กฎหมายระดับพระราชบัญญัติ บุคคลกลุ่มเป้าหมายของมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551  มีสถานะบุคคลเป็นผู้มีสัญชาติไทยแล้ว นับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ และผูกพันอำเภอ สำนักงานเขต สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นทุกแห่งในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ในฐานะหน่วยทะเบียนอำเภอ รวมถึงเป็นนายทะเบียนผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 เป็นเจ้าหน้าที่ปกครองซึ่งมีหน้าที่ในการรับคำร้องและพิจารณาคำร้อง ตามมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ที่จะต้องดำเนินการ “รับรอง” การเป็นผู้มีสัญชาติไทยของบุคคลกลุ่มนี้
             การปฏิเสธไม่รับคำร้อง ไม่ดำเนินการพิจารณาคำร้องใดๆ รวมถึงการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ยื่นคำร้อง โดยกำหนดนโยบาย/แนวทางระดับอำเภอว่าจะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่เคยยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ ก่อน การกระทำดังกล่าวอาจหมายถึงการละเลย ไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 9 (3) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542, มาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 และหนังสือ มท.0309.1/ว.1587 ฯลฯ การเลือกปฏิบัติที่ขัดต่อหลักวิธีปฏิบัติราชการ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 30 อันเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถใช้เป็นฐานแห่งการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางปกครองเพื่อตรวจสอบการกระทำทางปกครองดังกล่าวของอำเภอคลองใหญ่

             3. นอกจากนี้ ในประเด็นของการสอบสวนพยานบุคคลเพื่อให้การรับรองเรื่องการมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่จริงในประเทศไทยและเรื่องการมีความประพฤติดีหรือการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมของผู้ยื่นคำร้อง ตามข้อ 3.3 ของหนังสือสั่งการฯ นั้น
             ทางโครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ขอเรียนว่า ภาคประชาสังคมและภาควิชาการมีข้อกังวลและข้อห่วงใยต่อการตีความขยายความเกินข้อเท็จจริงแห่งข้อ 3.3 แห่งหนังสือสั่งการฯ เนื่องเพราะการที่อำเภอคลองใหญ่กำหนดให้บุคคลที่มาเป็นพยานบุคคลจะต้องเป็นข้าราชการ หรือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อาจถูกตั้งข้อสังเกต ตั้งคำถามว่าเป็นการเรียกพยานหลักฐานที่เกินความจำเป็น เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จำเป็นหรือสร้างภาระให้เกิดกับประชาชนเกินสมควร หรือเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ ตามมาตรา 9 (1) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ นอกจากนี้ อาจจะเป็นการเปิดให้เกิดช่องทางการประพฤติมิชอบ อันเป็นสร้างภาระทางเศรษฐกิจและสนับสนุนให้เกิดขบวนการเรียกรับเงินที่มิชอบได้ ดังที่เคยปรากฎในอดีตที่ผ่านมา

             4. หากพิจารณาถึงการที่พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กำหนดให้นายทะเบียนอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตใช้ดุลพินิจพิจารณาเพียงว่า ผู้ยื่นคำร้องมีองค์ประกอบตามพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 กำหนดหรือไม่ จึงถือว่าเป็นการใช้อำนาจผูกพัน (Mandatory Power) กล่าวคือ เป็นอำนาจที่กฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่พิจารณา โดยกำหนดว่า เมื่อมีข้อเท็จจริงตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้เกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องตัดสินใจออกคำส่งตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรม มิให้มีการเรียกพยานหลักฐานที่เกินความจำเป็น หรือแสวงหาหรือเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นอันขาด และหากปรากฎว่า หากเมื่อเวลาผ่านไปนับจากวันยื่นคำร้อง อำเภอหรือสำนักงานเขตใดไม่มีคำสั่งใดๆ แก่ผู้ยื่นคำร้อง เงื่อนเวลาของการใช้สิทธิทางศาลว่ามีการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย จึงเริ่มต้นขึ้นแล้วนับจากวันยื่นคำร้อง

             5. นอกจากนี้ สิทธิในการเข้าถึงสถานะผู้มีสัญชาติไทย เป็นสิทธิประการหนึ่งที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยมาตรา 4, 30 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 รวมถึงเป็นสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยข้อ 16 และข้อ 24 แห่งกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและทางการเมือง   (International Covenant on Civil and Political Rights-ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีโดยการภาคยานุวัติ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2539 และมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยนับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2540 เป็นต้นมา และขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานประเทศ (Country Report) โดยการบันทึกถึงการปฏิบัติงานของภาคส่วนราชการ และรายงานฉบับนี้จะถูกรายงานต่อสหประชาชาติในปี 2552

             ทางโครงการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า อำเภอคลองใหญ่ ในฐานะหน่วยทะเบียนอำเภอจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดไว้เพื่อคุ้มครองและรับรองสิทธิในการมีสถานะเป็นผู้มีสัญชาติไทย ตามมาตรา 23 แห่งกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางโครงการฯ ขอเสนอและหารือว่า ทางอำเภอควรดำเนินการตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานภายในอำเภอเมือง ชี้แจงและทำความเข้าใจทางปฏิบัติดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน และต่อบุคคลที่ประสงค์จะยื่นคำร้องตามมาตรา 23 ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจและเพื่อการดำเนินงานตามมาตรา 23 อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกราบรื่น  และหากท่านมีข้อขัดข้องประการใด ทางโครงการฯ รวมถึงโครงการแสวงหาองค์ความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการประสานงานด้านต่างๆ เพื่อการบรรลุถึงเจตนารมณ์แห่งมาตรา 23 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และขอขอบคุณมาล่วงหน้าถึงความเข้าใจในปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่คนไร้สัญชาติต้องเผชิญในการดำรงชีวิต

              จีงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

                                             ขอแสดงความนับถือ
      
                                        ( ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล )
                                                นักกฎหมาย
                                      โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

สำเนาถึง:
1) ประธานวุฒิสภา
2) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
3) ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
5) ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ กรมการปกครอง

าวน์โหลดไฟล์จม.

2551-6-18_legalopinion_toamphurklongyai1

 

กรกฎาคม 9, 2008 - Posted by | ความเห็นทางกฎหมาย

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: