Stateless Watch’s Weblog

โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

จดหมายความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion) ฉบับที่ 6 ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทะเบียนราษฎรตามมาตรา 23แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551เพื่อประสานความเข้าใจระหว่างอำเภองาว จังหวัดลำปาง และบุคคลที่ประสงค์ยื่นคำร้อง

ที่ ฝสร. 6/2551
                                           
                                           วันที่ 15 กรกฎาคม 2551
เรียน   นายอำเภองาว จังหวัดลำปาง
เรื่อง    ความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion) ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทะเบียนราษฎร
         ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 เพื่อประสานความ
         เข้าใจ ระหว่างอำเภองาว จังหวัดลำปาง และบุคคลที่ประสงค์ยื่นคำร้อง
อ้างถึง    1) พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551
           2) หนังสือ มท. 0309.1/ว.1587 ลว. 22 พฤษภาคม 2551
           3) หนังสือ มท.0309.1/ว. 9489 ลว. 18 มิถุนายน 2551
            
             สืบเนื่องจาก โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (Stateless Watch) ได้รับแจ้งจากองค์กรเครือข่ายคือ คณะทำงานด้านสถานะบุคคลจังหวัดลำปาง ว่าได้มีผู้ยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร (ท.ร.14) หรือผู้ทรงสิทธิตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ได้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลปงเตา ตำบลบ้านอ้อน ตำบลบ้านร้อง ตำบลบ้านโป่ง ตำบลนาแก และ ตำบลบ้านหวด รวม 6 ตำบล เขตอำเภองาว ได้ไปแสดงตนต่ออำเภองาว จังหวัดลำปางเพื่อยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร แต่ไม่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้  โดยทางอำเภองาวได้ปฏิเสธการรับคำร้อง ทั้งยังได้ชี้แจงต่อผู้ยื่นคำร้องว่า มีความไม่ชัดเจนในตัวคำสั่ง “การเป็นผู้มีความประพฤติดีหรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม”
            โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ร่วมกับ โครงการแสวงหาองค์ความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อห่วงใยต่อทางปฏิบัติดังกล่าวของทางอำเภองาว จึงเรียนมาเพื่อขอเสนอความเห็นทางกฎหมายและข้อหารือต่อทางอำเภอ ดังต่อไปนี้
             1. กฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ของสังคมไทย คือ พ.ร.บ.สัญชาติ  (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้ บุคคลเป้าหมายของมาตรา 23 เป็น “ผู้มีสัญชาติไทย” โดยการให้สัญชาติไทยตามมาตรา 23  แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4)ฯ นี้เป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยโดยการเกิดแต่ถูกถอนสัญชาติ และบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไมได้สัญชาติไทยโดยผลของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 รวมถึงบุตรของบุคคลทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าว โดยกฎหมายกำหนดให้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไปและสถานะบุคคลนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
             ตามมาตรา 23 วรรคท้าย ได้กำหนดให้บุคคลเป้าหมายของมาตรา 23 สามารถยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น นับจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป โดยกรมการปกครองได้ทำหนังสือสั่งการเป็นการภายในเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงาน พร้อมแบบฟอร์มคำขอปรากฏตามหนังสือ 0309.1/ว.1587  ลว. 22 พฤษภาคม 2551 และ มท.0309.1/ว. 9489 ลว. 18 มิถุนายน 2551
             2. นายทะเบียนอำเภอและอำเภองาว ในฐานะหน่วยทะเบียนอำเภอ รวมถึงเป็นนายทะเบียนจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 เป็นเจ้าหน้าที่ปกครองซึ่งมีหน้าที่ในการรับคำร้องและพิจารณาคำร้อง ตามมาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4)ฯ นอกจากนี้ ตามหนังสือ มท. 0309.1/ว. 1587 ยังได้ระบุไว้ชัดเจนในข้อ 7 ว่า ให้นายอำเภอและผู้อำนวยการเขตต้องพิจารณาอนุมัติด้วยตนเอง ด้วยความรอบคอบรวดเร็วและเป็นธรรม มิให้มีการเรียกพยานหลักฐานที่เกินความจำเป็น หรือแสวงหาหรือเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นอันขาด
             ทางโครงการฯ ขออนุญาตเรียนต่อทางอำเภองาว ว่า การปฏิเสธไม่รับคำขอลงรายการสัญชาติ ไม่ดำเนินการพิจารณาคำขอฯ จึงอาจหมายถึงการละเลย ไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 9 (3) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542, มาตรา 23 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ และหนังสือสั่งการทั้งสองฉบับ อันเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถใช้เป็นฐานแห่งการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางปกครองเพื่อตรวจสอบการกระทำทางปกครองดังกล่าว
             3. ในประเด็นเรื่อง “พยานบุคคล” ที่จะยืนยันถึงการ “เป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยขน์ให้แก่สัคมหรือประเทศไทย” ของผู้ยื่นคำร้องนั้น ทางโครงการฯ เห็นว่า หนังสือสั่งการกรมการปกครองทั้ง 2 ฉบับ ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้อำเภอ สำนักงานเขตฯ ใช้เป็นแนวปฏิบัติได้แล้ว
             ดังปรากฏตามข้อ 3.3 แห่งหนังสือ มท. 0309.1/ว.1587 ลว. 22 พฤษภาคม 2551 และ ข้อ 4แห่งหนังสือ มท.0309.1/ว. 9489 ลว. 18 มิถุนายน 2551 ที่ระบุว่า “…พยานบุคคลที่จะมารับรองคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องนั้น จะต้องเป็นพยานบุคคลที่น่าเชื่อถือ เป็นผู้ที่มีชื่อและรายการในทะเบียนบ้าน มีถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งในท้องที่ที่ผู้นั้นอาศัยอยู่เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นบุคคลที่ชุมชนให้การยอมรับนับถือ มีความประพฤติดี และต้องรู้จักคุ้นเคยกับผู้ยื่นคำร้องเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะเป็นพระภิกษุ คหบดี หรือเกษตรกร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐ กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านก็ได้” ซึ่งทางโครงการฯ เห็นว่า แนวปฏิบัติดังกล่าวน่าจะเพียงพอต่อการพิจารณาคำร้องแล้ว การอ้างเหตุผลดังกล่าวเพื่อปฏิเสธการไม่รับคำขอฯ จึงอาจหมายถึงการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ การละเลย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 9 (1) และ (3) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ
             ทางโครงการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า อำเภองาว ในฐานะหน่วยทะเบียนอำเภอจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดไว้เพื่อคุ้มครองและรับรองสิทธิในการมีสถานะเป็นผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งกฎหมายสัญชาติฉบับใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางโครงการฯ ขอเรียนหารือว่า ทางอำเภอควรดำเนินการตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานภายในอำเภอเมือง ชี้แจงและทำความเข้าใจทางปฏิบัติดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน และต่อบุคคลที่ประสงค์จะยื่นคำขอฯ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจและเพื่อการดำเนินงานตามมาตรา 23 อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกราบรื่น
             หากท่านมีข้อขัดข้องประการใด ทางโครงการฯ รวมถึงคณะทำงานด้านสถานะบุคคลจังหวัดลำปาง และโครงการแสวงหาองค์ความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการประสานงานด้านต่างๆ เพื่อการบรรลุถึงเจตนารมณ์แห่งมาตรา 23
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สาธารณะ และขอขอบคุณมาล่วงหน้าถึงความเข้าใจในปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่คนไร้สัญชาติต้องเผชิญในการดำรงชีวิต
             จีงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ
      
                                            ขอแสดงความนับถือ
      
                                        ( ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล )
                              นักกฎหมายโครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ
สำเนาถึง:
1) ประธานวุฒิสภา
2) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
3) ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
5) ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ กรมการปกครอง
6) ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
7) อธิบดีกรมการปกครอง
8) ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
ติดต่อ   ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล 083 134-3276, อัจฉรา สุทธิสุนทรินทร์ 081 805-2132
ดาวน์โหลดไฟล์จดหมาย
2551-7-15_legalopinion_toamphurngao

กรกฎาคม 17, 2008 - Posted by | ความเห็นทางกฎหมาย

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: