Stateless Watch’s Weblog

โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

จดหมายความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion)(ฉบับที่ ๓/๒๕๕๒)ถึง นายอำเภอเมืองนครพนม ขอให้ชี้แจงความคืบหน้าและข้อหารือทางกฎหมายประเด็นความล่าช้าในการ พิจารณาคำขอลงรายการสัญชาติไทยของผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ ฉบับแก้ไข เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๑ กรณีของพระวันวิวาห์ อภิญญาโณ

sec23-campaign1

ที่ฝสร.๓/๒๕๕๒

……………………………………………..วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒

เรื่อง      ขอให้ชี้แจงความคืบหน้าและข้อหารือทางกฎหมายประเด็นความล่าช้าในกาพิจารณาคำขอลงรายการ

…………สัญชาติไทยของผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่งพ.ร.บ.สัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ ฉบับแก้ไข …………

…………เพิ่มเติมครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๑กรณีของพระวันวิวาห์ อภิญญาโณ

เรียน    นายอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

…………สืบเนื่องจาก โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ (Stateless Watch) ร่วมกับองค์กรเครือข่ายคือ โครงการแสวงหาองค์ความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากพระวันวิวาห์ อภิญญาโณ เนื่องด้วยอาจมีความเป็นไปได้ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าโดยสำนักทะเบียนอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ในการพิจารณาคำขอรายการสัญชาติไทยของผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑
…………ทางโครงการฯ และองค์กรเครือข่าย จึงเรียนมาเพื่อขอให้ทางสำนักทะเบียนอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรณีดังกล่าว พร้อมกันนี้ โครงการฯและองค์กรเครือข่ายขอเรียนข้อหารือ ข้อกฎหมายและความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีของพระวันวิวาห์ ดังต่อไปนี้

…………๑.เรียนขอให้สำนักทะเบียนอำเภอเมืองชี้แจงถึงเหตุผลที่ทางอำเภอเรียกให้พระวันวิวาห์ หรือผู้ยื่นคำขอฯ ต้องยื่นคำขอลงรายการสัญชาติตามมาตรา ๒๓ ถึง ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรกในวันที่ ๔ มิถุนายน และวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๑ และฉบับใดที่ถือได้ว่าเป็นฉบับที่ทางอำเภอลงรับคำขอและลงรับเมื่อใด

…………๒.    ทางโครงการฯ ขอเรียนหารือว่า การใช้อำนาจหน้าที่ของสำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขตโดยนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตตามมาตรา ๒๓ นั้นเป็นอำนาจผูกพัน (Mandatory Power) กล่าวคือ เมื่อมีข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้เกิดขึ้นแล้ว องค์กรของรัฐฝ่ายปกครอง ซึ่งในที่นี้คือ สำนักทะเบียนอำเภอเมืองจะต้องออกคำสั่งทางปกครอง คือ คำสั่งอนุมัติหรือไม่อนุมัติลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ และหนังสือสั่งการโดยกรมการปกครอง ได้กำหนดแนวทางการพิจารณาประเด็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบที่สำนักทะเบียนต้องพิจารณาเพื่อการออกคำสั่งอนุมัติลงรายการสัญชาติตามมาตรา ๒๓ นั้น มีเพียงว่า บุคคลผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ทำให้บุคคลดังกล่าวได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ หรือไม่ อันได้แก่ข้อเท็จจริง ๓ ประเด็น คือ หนึ่ง-บุคคลผู้ยื่นคำขอฯ เป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทยและเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งคณะปฏิวติฉบับที่ ๓๓๗, สอง-มีชื่อและรายการบุคคลในเอกสารการทะเบียนราษฎร และสาม-มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นหลักแหล่งอยู่จริงติดต่อกันในประเทศไทย และมีความประพฤติดีหรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม (โปรดดูหนังสือสั่งการ มท.๐๓๐๙.๑/ว๑๕๘๗ ลว ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑) และการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งอนุมัติหรือไม่อนุมัตินั้น นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องจากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น (โปรดดู ข้อ ๔ หนังสือสั่งการ มท. ๐๓๐๙.๑/ว๑๕๘๗ ลว ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)
…………ดังนั้น  จึงเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่นายอำเภอจะต้องปฏิบัติหน้าที่พิจารณาว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติที่จะได้สัญชาติตามกฎหมายหรือไม่ หรือมีหน้าที่จะต้องออกคำสั่งทางปกครองอนุมัติหรือไม่อนุมัติคำขอฯ ดังกล่าว

…………๓.    ผู้ยื่นคำขอฯ ได้ติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาคำขอฯ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโดยวาจาและลายลักษณ์อักษร โดยผู้ยื่นคำขอฯ ได้มีหนังสือทวงถามไปยังอำเภอเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ทางอำเภอ โดยปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง ๕) รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองนครพนม ได้มีหนังสือตอบกลับมาเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ โดยชี้แจงใจความว่า “..มีผู้มายื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นจำนวนมาก ซึ่งการขอลงรายการดังกล่าวเป็นอำนาจเฉพาะตัวของนายอำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา หากได้รับอนุมัติแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป” (ที่นพ. ๐๑๑๗/ทร.๒๐๐ ลว ๘ ธันวาคม ๒๕๕๑) อาจพิจารณาได้ว่าไม่มีเหตุผล และอำเภอยังคงละเลยการปฏิบัติหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงแนวปฏิบัติที่กรมการปกครองกำหนดให้ผู้รักษาราชการแทนในลำดับแรกตามคำสั่งอำเภอเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติแทนได้ ในกรณีที่นายอำเภอไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่า ๑๕ วัน (ดู ข้อ ๖ มท. ๐๓๐๙.๑/ว.๙๔๘๙ ลว. ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑) โดยพฤติการณ์ดังกล่าวนี้ ย่อมเป็นเงื่อนไขให้ผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติเป็นผู้มีอำนาจยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้อำเภอเมืองปฏิบัติหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลปกครองกำหนด (มาตรา ๙ วรรค ๑ (๒), มาตรา ๔๒ แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลและวิธิพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ และมาตรา ๗๒ (๒) แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙)

…………๔.    ทางโครงการฯ และองค์กรเครือข่ายขอเรียนว่าสิทธิและเสรีภาพของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรนั้น โดยเฉพาะสิทธิในการเป็นผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว บุคคลจะสามารถใช้สอยสิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อได้รับการรับรองโดยกระบวนการทางทะเบียนราษฎร คือการเพิ่มชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนราษฎรและได้รับเอกสารแสดงตนว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย ความล่าช้าในการใช้สิทธิและเสรีภาพตามสถานะบุคคลที่มี โดยมีเหตุผลมาจากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร อันนำไปสู่การเสียโอกาสในด้านต่างๆ ของชีวิต รวมถึงนำไปสู่การสิทธิและเสรีภาพที่ถูกละเมิดอันเนื่องมาจากความล่าช้าในการได้รับรองว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยงานทะเบียนราษฎร ย่อมอาจเป็นเหตุแห่งละเมิดในสิทธิเสรีภาพของผู้ยื่นคำขอฯ อันสามารถใช้เป็นเงื่อนไขในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอให้ศาลสั่งให้ใช้เงินชดเชยความเสียหาย (มาตรา ๗๒ (๓) แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ) อีกทั้งหากพบว่าเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต อาจเป็นเหตุให้เกิดความรับผิดทางอาญา (ประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๕๗)

…………ทางโครงการฯและองค์กรเครือข่าย จึงเรียนมาเพื่อขอคำชี้แจงต่อกรณีดังกล่าว ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อำเภอเมืองนครพนมในฐานะหน่วยงานทางปกครองจะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายใหม่เป็นไปตามเจตนารมย์อย่างแท้จริง รวมถึงเพื่อเป็นการคุ้มครองและรับรองสิทธิทางการเมืองของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ และขอขอบคุณมาล่วงหน้าถึงความเข้าใจในปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่คนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติต้องเผชิญในการดำรงชีวิต

…………จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ

……………………………………………..ขอแสดงความนับถือ

………………………………………..( ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล )
……………………………….นักกฎหมาย โครงการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ

สำเนาถึง
๑)    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
๒)    ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย และแนวทางแก้ไขการไร้สถานะและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย วุฒิสภา
๓)    ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ
๔)    อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
๕)    ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๖)    ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
๗)    ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ดาวน์โหลดไฟล์จม.

………...2552-01-29_stw-leo-wanwiwah-muang-nakornpanom-final


มีนาคม 3, 2009 - Posted by | 1

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: